5 เทคนิค วิ่งยังไงให้ลดน้ำหนักได้เร็วขึ้น  และ 5 เคล็ดลับ เริ่มต้นวิ่งมาราธอนยังไงให้ไปไกลที่สุด เสริมสุขภาพให้ร่างกายแข่งแรง

แน่นอนว่าการวิ่งนั้นจะทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงขึ้น แต่รู้หมือไร่ว่า รายละเอียดเล็กๆน้อยระหว่างวิ่งก็สำคัญ! ใครที่อยากน้ำหนักลดลงได้เร็ว แถมสุขภาพดีขึ้น ลองทำตาม 5 วิธีนี้ดู และเป้าหมายขั้นต่อไปของผู้ที่รักการออกกำลังกายด้วยการวิ่ง ไม่ว่าจะวิ่งบนลู่ หรือวิ่งรอบสวนสาธารณะ หลายคนย่อมนึกถึงการเริ่มต้น “วิ่งมาราธอน” ซึ่งหัวใจสำคัญที่สุด คือ การฝึกซ้อมที่เข้ากับสภาพร่างกายและจิตใจเรา ไม่ใช่ศักแต่ซ้อมหนักๆๆ และร่างกายก็พัง ต้องฟื้นฟูกันอีกยาวไปอีก วันนี้ เรามีเคล็ดลับการซ้อมการวิ่งมาราธอนมาฝาก โดยเน้นไปที่การปรับแนวคิด และ Tips-สุขภาพกายและใจก่อนไปวิ่ง สามารถนำไปปรับใช้ได้ทั้งผู้เริ่มต้นวิ่ง และ ผู้ที่วิ่งมานานแล้ว เพราะแม้แต่ตำนานนักวิ่งมาราธอนอย่างก็ยังเคยมีช่วงตกต่ำที่สุดของชีวิต จากการที่ต้องซ้อมนานๆ ทุกวันๆ ซึ่งความจำเจ และความคิดเดิมๆในการซ้อม ก็อาจเป็นบ่อเกิดความท้อแท้จนล้มเหลวในการวิ่งได้

ดูบอลสด

เรามาเริ่มกันที่ วิ่งยังไงให้ลดน้ำหนักได้เร็วขึ้นดีกว่า

  1. ผูกเชือกรองเท้าแน่นๆ

การผูกเชือกรองเท้าสูงๆ และแน่นๆ นอกจากจะช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุ งานวิจัยจาก ม.ดุยส์บวร์ก เอสเซน (เยอรมัน) ได้บอกไว้ว่า การผูกเชือกรองเท้าแน่นๆจะช่วยลดแรงกดดันที่เท้า ซึ่งอาจทำให้เท้ามีอาการอักเสบ และลดโอกาสที่จะมีอาการข้อเท้าแพลงจนอดวิ่งเผาผลาญไขมัน

  1. กระโดดสลับขา

ถ้าอยากลดน้ำหนักได้มากขึ้น การออกตัวก็เป็นปัจจัยที่สำคัญ และการกระโดดสลับขา 6X50 เมตร ก่อนวิ่งก็คือวิธีที่จะช่วยให้คุณออกตัวได้ดีขึ้น มหาวิทยาลัยโแฮมป์ตัน

  1. เอนตัวไปข้างหน้าขณะวิ่ง

การวิ่งโดยเอนตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย จะช่วยลดแรงกดดันที่ขา ทำให้ลดการกระเทือนของกล้ามเนื้อ ความปวดเมื่อยกล้ามเนื้อหลังวิ่งจะน้อยลง ก็เท่ากับคุณจะวิ่งได้มากขึ้น สเกลที่จะวิ่งอย่างมีความสุขก็เพิ่มมากขึ้นด้วย

  1. เดินสลับวิ่ง

หากเพื่อนๆเป็นมือใหม่หัดวิ่ง ก็ควรจะใช้วิธีการเดินสลับกับการวิ่งเหยาะๆ ในระยะเวลาเท่ากัน อย่าคึกอยากเบิร์นจนวิ่งถลารวดเดียวจบเพราะมันไม่ดีต่อหัวใจ

  1. เพิ่มประสิทธิภาพในการวิ่ง

การวิ่งที่มีประสิทธิภาพวิ่งได้ไกลขึ้นและเผาผลาญแคลอรีได้มากขึ้น ซึ่งการจะทำให้ได้อย่างนั้นไม่ได้มีแค่เทคนิคการวิ่ง แต่ยังรวมไปถึงทัศนคติในการวิ่ง เช่น การแบ่งระยะวิ่งให้สั่นลงด้วยความคิด หรือการเลือกเพลงประกอบการวิ่ง เทคนิควิ่งเพื่อลดน้ำหนักได้เร็วนั้นจะไม่สำเร็จเลย หากเพื่อนๆขาดวินัยในการวิ่ง พยายามหาแรงบันดาลใจในการไปวิ่งให้ได้นะคะ ขอเป็นกำลังใจ และอย่าลืมทาครีมกันแดด 15 นาทีก่อนออกไปวิ่งเป็นประจำทุกครั้งนะคะ

วิ่งมาราธอนยังไงทำให้วิ่งได้ไกลและดีต่อสุขภาพกายและใจ

  1. แบ่งระยะวิ่งให้สั้นลง

หากเรามัวคิดว่าต้องวิ่งเป็นระยะทาง 20 กิโลเมตร ก็จะรู้สึกโอ้โห ไกลไปไหม ไกลเหลือเกินแต่ถ้าเราเปลี่ยนความคิดว่าเราวิ่งระยะทาง 5 กิโลเมตร จำนวน 4 เซ็ท ตามหลักจิตวิทยาแล้ว จะทำให้เรารู้สึกมีกำลังใจในการพิชิตเป้าหมายนี้มากขึ้น ปัจจุบันมีอุปกรณ์และแอพพลิเคชั่นในการวิ่งมากมาย (เช่น Runtastic) ที่จะช่วยเตือนทุกครั้งเมื่อวิ่งครบระยะทาง 5 กิโลเมตร  หรือไม่ก็จดจำว่าเส้นทางที่วิ่งระยะที่ 5 กิโลเมตรแรก ไปจนถึง 5 กิโลเมตรสุดท้ายอยู่ตรงไหนบ้าง ด้วยแนวคิดนี้ เมื่อคุณวิ่งไปถึงแต่ละจุดหมาย ก็จะรู้สึกว่าระยะทางที่เหลือ มีอีกไม่ไกลมากแล้ว

  1. เลือกจุดหมายปลายทาง

การวิ่งแบบมีจุดหมายปลายทางจะช่วยสร้างกำลังใจในการวิ่งเพิ่มขึ้นได้ ตัวอย่างเช่น คุณวิ่งจากหน้าบ้าน ผ่านไปยังหน้าร้านน้ำเต้าหู้ที่คนขายหน้าคล้ายคริสหอวัง (สมมติ) เป็นระยะทาง 3 กิโลเมตร จากนั้นวิ่งต่อไปยังร้านอาหารที่มีพ่อค้าแซ่บอีก 2 กิโลเมตร วิ่งวนต่อไปยังสวนสาธารณะอีก 3 กิโลเมตร จากนั้นวิ่งกลับไปยังบ้านของตัวเอง เป็นต้น ลองวิ่ง แล้วกำหนดเป้าหมายด้วยสัญลักษณ์ง่ายๆรอบๆตัว เส้นทางการวิ่งบวกกับความเพ้อเจ้อเช่นนี้ จะช่วยให้วิ่งได้ไม่เบื่อ

  1. ไปวิ่งกับเพื่อน

การวิ่งไปพร้อมกับเพื่อนที่ชอบออกกำลังกายด้วยกัน ถึงแม้จะไม่ได้คุยอะไรกันระหว่างวิ่ง แต่เป็นการกระตุ้นให้แต่ละคนไม่หยุดวิ่งจนกว่าจะถึงเป้าหมายได้  ง่ายๆคือ เป็นการดึงศักยภาพที่หากวิ่งคนเดียว ก็จะไม่รู้มาก่อนเลยว่าทำได้ขนาดนี้ นอกจากนั้นการมีกลุ่มวิ่ง ยังช่วยดูแลความปลอดภัยซึ่งกันและกันได้ดี ลองหากรุ๊ปวิ่งในเฟซบุ๊ค อาจจะเริ่มต้นจากเพจใหญ่ๆอย่าง วิ่งไหนดี ก็ได้นะ

  1. เพลงบรรเลงได้ผลกว่าเพลงคนร้อง

หากคุณวิ่งในสวนสาธารณะ หรือในสถานที่อื่นๆที่ปลอดภัยจากจราจร การได้ฟัง Original Score (เพลงบรรเลงประกอบภาพยนตร์) จากภาพยนตร์ที่ปลุกเร้ากำลังใจ จะช่วยให้สมองคุณปลอดโปร่งไปกับจินตนาการ และวิ่งได้ไกลขึ้น เช่น สกอร์จากภาพยนตร์เรื่อง Birdman, Kill Bill หรือจะเป็น Harry Potter ก็ไม่เลวเลยนะ ดนตรีจาก John Williams ทำให้ร่างกายเราคึกคักอยู่แล้วต่อให้ไม่ได้วิ่ง! หากอยู่ในพื้นที่ซึ่งฟังเพลงไม่ได้ การพูดให้กำลังใจตนเองในใจ ก็ช่วยสร้างพลังได้

  1. จินตนาการว่าคุณกำลังลงแข่งวิ่ง

ก็เหมือนกับ บรูซ เวย์น ใน The Dark Knight RISE ที่ผูกสลิงกับตัว แล้วซ้อมกระโดดข้ามผามาเป็นร้อยครั้งก็ไม่เคยข้ามผ่านได้ จนกระทั่งเขาลองกระโดดข้ามหน้าผาจริงๆโดยที่ไม่ใช้สลิงนั่นแหละ ความรู้สึกที่ “จริง” มันจะช่วยผลักดันความสามารถที่แท้จริงของเราออกมาได้มากกว่าที่เราคิดเสมอ ในการวิ่งจริง นักวิ่งมาราธอนมักวิ่งได้ไกลกว่าที่ฝึกซ้อม เพราะความรู้สึกจริง มันตื่นเต้น ท้าทาย จึงทำให้สามารถทุ่มเทพลังได้อย่างเต็มที่มากกว่า ลองใช้จินตนาการในการฝึกซ้อมว่ากำลังวิ่งแข่งจริง จะช่วยให้วิ่งได้ไกลขึ้น